แบ่งเกณฑ์คะแนนตามมาตรฐานสากล
ผู้สมัครส่วนมากไม่ได้ต้องการคะแนนสูงที่สุด แต่ต้องการคะแนนที่ผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยเป้าหมาย ดังนั้นการวางแผนควรเริ่มจาก target score ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูว่าตอนนี้คุณอยู่ในช่วงไหน
- - 95-105: ระดับผู้ใช้งานอิสระ B1/B2 สื่อสารเรื่องราวในชีวิตประจำวันได้ แต่ยังอาจมีจุดพลาดด้านไวยากรณ์อยู่บ้าง และบางมหาวิทยาลัยหรือ Pathway program อาจเริ่มพิจารณาคะแนนช่วงนี้
- - 110-120: ระดับผู้ใช้งานกลางค่อนข้างสูง B2 เป็นช่วงคะแนนยอดนิยมของนักเรียนไทย เข้าใจบทความทางวิชาการและสื่อสารได้คล่องขึ้น มหาวิทยาลัยอินเตอร์หลายแห่งในไทยและต่างประเทศมักตั้งขั้นต่ำไว้แถวนี้
- - 125-145: ระดับผู้ใช้งานเชี่ยวชาญ C1 เหมาะกับคนที่เล็งมหาวิทยาลัยชั้นนำหรือหลักสูตรที่ต้องอ่านเขียนเชิงวิชาการหนัก ช่วง 125+ มักเป็น safe zone ที่พอร์ตดูปลอดภัยและแข่งขันได้มากขึ้น
- - 150-160: ระดับใกล้เจ้าของภาษา C2 แสดงถึงความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างสละสลวย ซับซ้อน และมั่นคงมาก
คะแนนไม่ขึ้นมักติดตรงไหน
สำหรับผู้เรียนไทย จุดค้างคะแนนมักอยู่ที่ content ใน speaking, sentence control ใน writing และการจัดเวลาเวลาตอบข้อ integrated task
การฝึกเฉพาะข้อที่ถนัดมักทำให้รู้สึกเก่งขึ้น แต่คะแนนรวมไม่ขยับ เพราะ DET วัดภาพรวมหลายทักษะพร้อมกัน
เทคนิคการตั้งเป้าหมายคะแนน
ก่อนเริ่มเตรียมตัว ควรเช็ก requirement ของคณะและมหาวิทยาลัยที่คุณสนใจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะแต่ละที่อาจต้องการทั้งคะแนนรวมและคะแนนทักษะย่อย เช่น Literacy หรือ Conversation ที่ต่างกัน
เมื่อรู้เป้าหมายชัดเจนแล้ว ให้เริ่มจาก mini diagnosis หรือ mock test เพื่อหา baseline จากนั้นจัดลำดับจุดอ่อน 2 อย่างแรกก่อน เช่น write about photo กับ read then speak แล้วค่อยฝึกภายใต้เวลาจริงเพื่อให้ transfer ไปสู่วันสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คะแนน DET เท่าไรถึงดี
ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและโปรแกรมที่สมัคร แต่สำหรับการวางแผน ควรตั้งเป้าให้สูงกว่าขั้นต่ำที่ต้องใช้เล็กน้อย และดูด้วยว่ามี subscore requirement หรือไม่
ถ้าคะแนนค้างที่ 105 ควรทำอย่างไร
มักต้องลงลึกที่ speaking และ writing quality มากกว่าทำข้อเพิ่มอย่างเดียว โดยเฉพาะการจัดคำตอบให้ชัดและเร็ว