About English Plan

จากห้องเรียนสู่แอปฝึกสอบDuolingo English Test ที่สร้างมาเพื่อเด็กไทย

เรื่องราวนี้คือที่มาของ English Plan, พี่ดอย, และแอปฝึกสอบที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ฝึกเยอะขึ้นอย่างเดียว แต่สร้างมาเพื่อให้เด็กไทยรู้ว่าควรฝึกอะไร ทำไมคะแนนยังไม่ขึ้น และจะพัฒนาได้จริงอย่างไร

Academic Director

พี่ดอย / P'Doy

อยู่กับ Duolingo English Test ตั้งแต่ช่วงแรกที่ข้อสอบเริ่มเป็นที่รู้จักในไทย และสอนนักเรียนมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศ

1,000+
Students taught
2020
DET journey began
2026
New app launched

Core belief

“นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาคะแนนได้ ถ้ามีวิธีฝึกที่ถูกต้อง มีระบบที่ช่วยชี้ทาง และมีฟีดแบ็กที่ตรงจุด”

2020-2021

เริ่มสอน DET ตั้งแต่ข้อสอบยังใหม่มาก

ช่วงโควิดคือจุดที่ผมได้เห็น Duolingo English Test เติบโตจากข้อสอบออนไลน์ที่คนยังไม่แน่ใจ สู่ข้อสอบที่เริ่มถูกพูดถึงจริงจังในหมู่นักเรียนไทย

2022

English Plan เปิดตัวแอปเวอร์ชันแรก

เวอร์ชันแรกช่วยให้นักเรียนฝึกโจทย์พื้นฐานได้เองหลังคลาส และเป็นรากฐานสำคัญของระบบฝึกสอบที่เราพัฒนาต่อมา

2026

เปิดตัวแอปเวอร์ชันใหม่เพื่อเพิ่มคะแนนจริง

เวอร์ชันใหม่นำประสบการณ์หลายปีและฐานข้อมูลนักเรียนไทยมารวมกับระบบฟีดแบ็กที่ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะใน Writing และ Speaking

What we learned

สิ่งที่เราเห็นจากนักเรียนจริง

หลังจากสอนนักเรียนมากกว่า 1,000 คน English Plan ไม่ได้เก็บไว้แค่ประสบการณ์ แต่ได้เห็นข้อมูลจริงว่าเด็กไทยมักพลาดตรงไหนในการเตรียมสอบ DET

  • - บางคนมีไอเดียดี แต่เขียนไม่เป็นระบบ
  • - บางคนพูดได้ แต่ตอบไม่ตรงโจทย์
  • - บางคนใช้คำศัพท์ซ้ำ ๆ จนคะแนนไม่ขึ้น
  • - บางคนเข้าใจภาษาอังกฤษ แต่ทำข้อสอบไม่ทัน
  • - บางคนฝึกเยอะมาก แต่ฝึกไม่ตรงจุด

จุดเริ่มต้น

จากห้องเรียนสู่แอปฝึกสอบ Duolingo English Test ที่สร้างมาเพื่อเด็กไทย

สวัสดีครับ ผมชื่อ พี่ดอย เป็น Academic Director ของ English Plan และเป็นคนหนึ่งที่อยู่กับการสอบ Duolingo English Test มาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่ข้อสอบนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 2020-2021 โดยเฉพาะในช่วงโควิด ซึ่งเป็นช่วงที่การสอบออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ในตอนนั้น Duolingo English Test ยังเป็นข้อสอบที่ใหม่มาก หลายมหาวิทยาลัยเพิ่งเริ่มรู้จัก และหลายคนก็ยังไม่แน่ใจว่าข้อสอบนี้จะถูกยอมรับจริงไหม ผมยังจำได้ดีว่า ในช่วงแรก ๆ ข้อสอบนี้ได้รับการยอมรับแค่บางมหาวิทยาลัยในไทย บางมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา และยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในอังกฤษเหมือนทุกวันนี้

แต่เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างมาก

จากข้อสอบออนไลน์ที่หลายคนเคยมองว่าเป็นทางเลือกสำรอง วันนี้ Duolingo English Test กลายเป็นหนึ่งในข้อสอบภาษาอังกฤษที่ได้รับการยอมรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก รวมถึงมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศที่นักเรียนไทยต้องการไปเรียนต่อ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมได้สอนนักเรียนมากกว่า 1,000 คนทั่วประเทศไทย บางคนเริ่มจากคะแนนประมาณ 85 แล้วค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเป็น 100, 110 หรือแม้กระทั่ง 130 คะแนน สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่ตัวเลขคะแนนที่เพิ่มขึ้น แต่คือความเข้าใจที่ลึกขึ้นว่า เด็กไทยต้องการอะไรในการเตรียมสอบ Duolingo English Test จริง ๆ

วิวัฒนาการของข้อสอบ

ผมเห็นวิวัฒนาการของข้อสอบตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

ในช่วงแรกของ Duolingo English Test ข้อสอบยังมีรูปแบบที่ค่อนข้างเรียบง่าย ตัวอย่างเช่น ในพาร์ต Speaking นักเรียนอาจแค่ต้องอธิบายรูปภาพสั้น ๆ แล้วจบ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ข้อสอบค่อย ๆ พัฒนาให้ซับซ้อนขึ้น แม่นยำขึ้น และวัดทักษะภาษาอังกฤษได้ละเอียดกว่าเดิมมาก

วันนี้ Duolingo English Test ไม่ใช่ข้อสอบที่อาศัยแค่การจำเทคนิคแล้วทำได้ทันทีอีกต่อไป แต่เป็นข้อสอบที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจภาษาอังกฤษ ความเร็วในการคิด การเลือกใช้คำศัพท์ ความมั่นใจในการพูด และความสามารถในการเขียนอย่างเป็นระบบ

ในฐานะครู ผมรู้ดีว่ามีหลายอย่างที่ผมสามารถช่วยนักเรียนได้ เช่น การให้โครงสร้างการพูด เทคนิคการเขียน วิธีอ่านโจทย์ วิธีจับแพตเทิร์นของข้อสอบ หรือวิธีจัดการเวลา แต่ขณะเดียวกัน ผมก็เห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า มีบางทักษะที่การเรียนในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวไม่พอ

โดยเฉพาะพาร์ตที่ต้องอาศัยการฝึกซ้ำ ๆ เช่น การเติมคำศัพท์ให้ถูกต้อง การจำรูปแบบประโยค การฟังแล้วพิมพ์ หรือการเลือกใช้คำให้เหมาะกับบริบท

ผมสามารถให้เทคนิคได้ แต่สุดท้ายภาษาอังกฤษมีคำศัพท์จำนวนมาก มีแพตเทิร์นมากมาย และข้อสอบสามารถหยิบคำหรือโครงสร้างภาษาแบบไหนมาใช้ก็ได้ ครูคนหนึ่งไม่สามารถสอนคำศัพท์ทุกคำหรือโจทย์ทุกแบบได้ทั้งหมดในห้องเรียน

Turning Point

นั่นคือจุดที่ผมเริ่มคิดว่า นักเรียนต้องมี “บางอย่าง” ที่มากกว่าคลาสเรียน

จุดเริ่มต้นของแอปฝึกสอบ Duolingo English Test จาก English Plan

ผมเริ่มเห็นชัดว่า นักเรียนต้องการเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาฝึกเองได้หลังเลิกเรียน เครื่องมือที่ช่วยให้เห็นจุดอ่อนของตัวเอง ช่วยให้ทบทวนได้ซ้ำ ๆ และช่วยเปลี่ยนการเรียนจากการฟังครูสอนอย่างเดียว ให้กลายเป็นการฝึกที่มีเป้าหมายชัดเจน

นั่นคือเหตุผลที่ แอปเวอร์ชันแรกของ English Plan ถูกพัฒนาขึ้นในปี 2022

ในตอนนั้น แอปยังเป็นระบบที่ค่อนข้างเรียบง่ายและ static นักเรียนสามารถฝึกโจทย์ได้หลายรูปแบบ เช่น Multiple Choice, Fill in the Blank และ Listen and Type ซึ่งช่วยให้นักเรียนได้ฝึกทักษะพื้นฐานและคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบมากขึ้น

แอปเวอร์ชันแรกทำหน้าที่ของมันได้ดีในระดับหนึ่ง แต่มันยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในพาร์ต Writing และ Speaking เพราะตอนนั้นระบบยังไม่สามารถให้ฟีดแบ็กเชิงลึก วิเคราะห์คำตอบ หรือประเมินคะแนนแบบเฉพาะบุคคลได้อย่างแม่นยำ

และที่สำคัญ การจะสร้างระบบที่ให้ฟีดแบ็กได้จริง ไม่ใช่แค่ต้องมีเทคโนโลยี แต่ต้องมีฐานข้อมูล ต้องมีประสบการณ์ ต้องรู้ว่าเด็กไทยมักพลาดตรงไหน และต้องเข้าใจแพตเทิร์นของนักเรียนจำนวนมากพอ

ข้อมูลจริง

4 ปีของข้อมูลจริงจากนักเรียนกว่า 1,000 คน

หลังจากสอนนักเรียนมากกว่า 1,000 คน ผมไม่ได้เก็บไว้แค่ประสบการณ์การสอน แต่ English Plan ได้เห็นข้อมูลจริงจากนักเรียนไทยจำนวนมาก เราเห็นว่าเด็กไทยมักมีจุดอ่อนตรงไหนใน Duolingo English Test

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้ผมเข้าใจว่า การฝึกสอบที่ดีไม่ใช่แค่การให้โจทย์จำนวนมาก แต่ต้องช่วยให้นักเรียนรู้ว่า “ควรฝึกอะไร” และ “ทำไมคะแนนยังไม่ขึ้น”

เพราะถ้านักเรียนไม่รู้จุดอ่อนของตัวเอง เขาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนฝึกผิดทาง โดยไม่รู้เลยว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ตรงไหน

April 2026

เมษายน 2026: แอปใหม่ของ English Plan ถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มคะแนนจริง

ในเดือน เมษายน 2026 ผมจึงเปิดตัวแอปเวอร์ชันใหม่ของ English Plan ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การสอนหลายปี และจากฐานข้อมูลของนักเรียนไทยจริง ๆ

แอปนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้นักเรียนแค่ “ลองทำโจทย์” แต่ถูกสร้างมาเพื่อช่วยให้นักเรียน พัฒนาคะแนน Duolingo English Test ได้จริง

สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุดคือระบบฟีดแบ็ก โดยเฉพาะในพาร์ต Writing และ Speaking ซึ่งเป็นพาร์ตที่นักเรียนจำนวนมากไม่รู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน และควรแก้ยังไง

ในแอปใหม่นี้ นักเรียนสามารถฝึกทำ Full Mock Test ได้เหมือนการสอบจริง เพื่อดูว่าแต่ละพาร์ตมีจุดอ่อนอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเขียน การพูด การอ่าน การฟัง คำศัพท์ หรือการจัดโครงสร้างคำตอบ

แทนที่จะฝึกแบบเดาสุ่ม นักเรียนจะเห็นชัดขึ้นว่า ตัวเองควรใช้เวลาไปกับอะไร เพื่อประหยัดเวลาและพัฒนาได้ตรงจุดมากขึ้น

Personalized

ฟีดแบ็กแบบ Personalized สำหรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะ

หนึ่งในสิ่งที่ทำให้แอปนี้แตกต่างคือ ฟีดแบ็กที่นักเรียนได้รับจะเป็น ฟีดแบ็กแบบ Personalized 100% และเขียนเป็นภาษาไทย เพื่อให้นักเรียนไทยเข้าใจง่าย นำไปแก้ไขได้จริง และไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังอ่านคำอธิบายภาษาอังกฤษที่ซับซ้อนเกินไป

ฟีดแบ็กเหล่านี้ไม่ได้อิงจากระบบทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่พัฒนาจากฐานข้อมูลและประสบการณ์ของ English Plan ที่ได้เห็นคำตอบของนักเรียนไทยมาหลายปี เรารู้ว่าเด็กไทยมักใช้ประโยคแบบไหนผิด ใช้คำศัพท์แบบไหนซ้ำ ตอบ Speaking แบบไหนแล้วคะแนนไม่ขึ้น หรือเขียน Writing แบบไหนแล้วดูไม่เป็นธรรมชาติ

นักเรียนยังสามารถบันทึก Learning Points ของตัวเองไว้ได้ เพื่อกลับมาทบทวนภายหลัง ไม่ใช่แค่ทำข้อสอบแล้วจบ แต่สามารถกลับมาเรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองซ้ำ ๆ จนเกิดการพัฒนาจริง

Mission

แอปนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ฝึกเยอะขึ้น แต่สร้างมาเพื่อให้ฝึกถูกทาง

สำหรับผม การเตรียมสอบ Duolingo English Test ไม่ใช่เรื่องของการทำโจทย์ให้เยอะที่สุด แต่คือการรู้ว่าโจทย์แต่ละข้อกำลังวัดอะไร เราผิดเพราะอะไร และต้องแก้ยังไงถึงจะทำให้คะแนนเพิ่มขึ้น

นี่คือเหตุผลที่แอปของ English Plan ถูกสร้างขึ้นมา

มันถูกสร้างมาเพื่อให้นักเรียนไทยสามารถฝึกสอบได้อย่างมีระบบ เห็นจุดอ่อนของตัวเอง ได้รับฟีดแบ็กที่เข้าใจง่าย และรู้ว่าควรพัฒนาอะไรต่อไป

จากวันแรกที่ผมเริ่มสอน Duolingo English Test ในช่วงที่ข้อสอบยังใหม่มาก จนถึงวันนี้ที่ข้อสอบกลายเป็นหนึ่งในข้อสอบภาษาอังกฤษที่สำคัญของโลก ผมยังเชื่อเหมือนเดิมว่า นักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาคะแนนได้ ถ้ามีวิธีฝึกที่ถูกต้อง มีระบบที่ช่วยชี้ทาง และมีฟีดแบ็กที่ตรงจุด

และนี่คือเป้าหมายของแอปนี้

English Plan สร้างแอปนี้ขึ้นมาเพื่อช่วยให้นักเรียนไทยฝึก Duolingo English Test ได้ดีขึ้น เข้าใจจุดอ่อนของตัวเองมากขึ้น และเพิ่มคะแนนได้จริง

Why this matters

แอปนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ฝึกเยอะขึ้น แต่สร้างมาเพื่อให้ฝึกถูกทาง

สำหรับ English Plan การเตรียมสอบที่ดีไม่ใช่แค่การทำโจทย์ให้มากที่สุด แต่คือการช่วยให้นักเรียนรู้ว่าควรฝึกอะไร ผิดเพราะอะไร และอะไรคือคอขวดที่กำลังกดคะแนนอยู่

Next step

พร้อมเริ่มฝึกแบบมีระบบแล้วหรือยัง

ถ้าคุณอยากเห็นจุดอ่อนของตัวเองชัดขึ้น ลองเริ่มจาก mini diagnosis, mock test หรือฝึก task เฉพาะอย่าง Write About Photo และ Speak About Photo ก่อน แล้วค่อยขยับไปสู่แผนฝึกเต็มรูปแบบ